JavaScript ถอดรหัสข้อความภาษาไทยที่มีโค้ด &# ผสมอยู่ด้วย - Encode and Decode HTML entities using pure Javascript

โดย SONGCHAI SAETERN

[JavaScript - Encode and Decode HTML entities using pure Javascript]

ปกติเขียน JavaScript เช็คภาษาไทยก็ไม่มีปัญหา แต่พอลองใช้บน BlogSpot.Com กลับพบว่ามีการเข้ารหัสโค้ดก่อนเอาไปแสดงผล แล้วกลายเป้นโค้ดเข้ารหัส htmlentities

ซึ่งเวลาตรวจสอบก็จะพบโค้ดประมาณนี้โผล่ออกมา

สว&#111;&#44;ดี <= (ยกตัวอย่างเฉยๆ ไม่ใช่รหัสจริง)


ทั้งที่จริงๆแล้วโค้ดเราใส่คำว่า "สวัสดี"

ดังนั้นจะเช็คว่

if(target_string == 'สวัสดี'){
}

แบบนี้จะทำไม่ได้เลยจะต้องใช้ฟังก์ชั่น

htmlentities.decode() ตามลิงค์ที่ให้ไว้ในการแปลงโค้ดก่อนจึงจะทำงานถูกต้องตามที่ต้องการ

ก็จะเขียนใหม่ได้ดังนี้

if(target_string == htmlentities.decode('สวัสดี')){
}

ซึ่งถ้าไม่แน่ใจว่า target_string จะเข้ารหัสด้วยหรือเปล่าก็สามารถเอาฟังก์ชั่นนี้ครอบไว้อีกทีก็ได้ครับ
รายละเอียด



ที่มา : https://ourcodeworld.com/articles/read/188/encode-and-decode-html-entities-using-pure-javascript

PHP คำสั่งสำหรับดึงข้อความในวงเล็บออกมาใช้งาน

โดย SONGCHAI SAETERN

คำสั่ง PHP สำหรับใช้ดึงข้อความในวงเล็บ (xxxxx) ออกมาใช้งาน


เช่น ต้องการหาความยาวตัวอักษรของฟิล์

<?php
preg_match('#\((.*?)\)#', 'varchar(100)', $match);
$max_length = $match[1];
echo $max_length;
?>


//OUTPUT
100

อ้างอิง : https://stackoverflow.com/questions/196520/php-best-way-to-extract-text-within-parenthesis

วิธีตั้งเวลา Backup MySQL อัตโนมัติ เพื่อสำรองข้อมูลไว้ใช้เมื่อต้องการเรียกคืนภายหลัง

โดย SONGCHAI SAETERN

ทดสอบแล้วใช้ได้ แต่ใช้จริงต้องปรับตำแหน่งเรียก mysqldump ที่ต่างกัน

OS : Windows Server


เช่นถ้าใช้ wamp เป็นตัวติดตั้งก็จะอยู่ที่
C:\wamp\bin\mysql\mysql5.5.24\bin\mysqldump


ถ้าติดตั้ง MySQL เพียวๆ ก็คงต้องหาตำแหน่งที่ถูกต้องของเซิร์ฟเวอร์แต่ละเวอร์ชั่น

เช่น C:\Program Files\MySQL\MySQL Server 5.1\bin\mysqldump

การจะกำหนดเวลาแบ็กอัพนั้น Schedule ของ Windows Server ให้เรียกไฟล์ xxxxx.bat เพื่อทำงานตามเวลาที่กำหนด  (หากใช้ลีนุกซ์ก็คงจะใช้ cronjob และจะสะดวกกว่าหากจัดการด้วย webmin)

@echo off
echo Running dump...
set MYDATABASE=xxxxxxx
set MYSQLUSER=root
set MYSQLPASS=xxxxxxx
set BACKUPFILE="F:\Backup\MySQL\%MYDATABASE%_%date:~10,4%-%date:~4,2%-%date:~7,2%_TIME.%time:~0,2%.%time:~3,2%.sql"
C:\wamp\bin\mysql\mysql5.5.24\bin\mysqldump -u%MYSQLUSER% -p%MYSQLPASS% --result-file=%BACKUPFILE% %MYDATABASE%
echo Done! %BACKUPFILE%
หลังจากทดสอบแบ็กอัพฐานข้อมูลขนาด 1GB ใช้เวลาประมาณแค่ 1 นาทีเท่านั้น
ส่วนผลข้างเคียงหรือปัญหาอื่นๆยังไม่ทราบ เพราะเป็นการทำงนผ่าน mysqldump ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะลอง Import ทดสอบดูก็ผ่านฉลุย

แต่ที่แน่ๆ เขาบอกว่าดีกว่า Batch Script ตัวเดิมที่ผมใช้อยู่
(แบบเดิมคัดลอกไดเรกทอรี่ฐานข้อมูลทั้งดุ้น)


อยากรู้ว่า MySQL ที่ติดตั้งนั้นอยู่ที่ตำแหน่งใดในระบบปฏิบัติการที่ท่านใช้ลองอ่านดู
http://dev.mysql.com/doc/refman/5.0/en/option-files.html




PHP CI MANIA PHP Code Generator 
โปรแกรมช่วยสร้างโค้ด ลดเวลาการเขียนโปรแกรม เขียนโปรแกรมง่ายและสะดวกขึ้น
สนใจสั่งซื้อราคาสุดคุ้ม >> http://fastcoding.phpcodemania.com/